สภาวะ ที่ เป็น พิษ และ ที่ เป็น อันตราย ต่อ มนุษย์
2. น้ำ
3. น้ำ
4. ฝน
5. โลก
6. ฤดู
7. ชั้น
การ เกิด มล พิษ ใน สิ่ง แวด ล้อม
2. มล
การ
สาร มล พิษ และ บท บาท ต่อ ความ ร้อน ของ โลก
สาร มล พิษ ส่วน ใหญ่ เกิด ขึ้น ใน บรรยากาศ ชั้น ล่าง คือ ชั้น โทร โพสเฟียร์ เช่น มีเทน (CH4) ไนโตรเจน ออกไซด์ (NOx) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) คลอ โรฟลูออ โร คาร์บอน (chlorofluorocarbons) และ โอโซน เป็น ต้น เป็น ที่ น่า สังเกต ว่า ก๊าซ โอโซน ใน บรรยากาศ ชั้น โทร โพสเฟียร์นี้ ไม่ ได้ เกิด ขึ้น เอง ตาม ธรรม ชาติ และ ถือ เป็น สาร มล พิษ โดย ทั่ว ไป ไม่ ควร นำ ไป ปะ ปนกับก๊าซ โอโซน ใน ชั้นสตรา โทสเฟียร์ เพราะ บรรยากาศ ใน สอง ชั้น นี้ มัก ไม่ ใคร่ ผสม ปนเป กัน โดย เฉพาะ อย่าง ยิ่ง เมื่อ มี ชั้น โทร โพ พอสคั่น อยู่ สาร มล พิษ อื่น ๆ ก็ เช่น กัน มัก ไม่ ใคร่ มี โอกาส ขึ้น ไป สูง ถึง ชั้นสตรา โทสเฟียร์ ยก เว้น แต่ เมื่อ
ก. เกิด ลม พายุ รุน แรง ใน บรรยากาศ ชั้น บน
ข. เป็น ก๊าซ เฉื่อย ไม่ ทำ ปฏิกิริยากับสาร มล พิษ อื่น ๆ ได้ ง่าย จึง คง ตัว อยู่ นาน และ ลอย ขึ้น สูง เป็น ลำ ดับ เช่น คลอ โรฟลูออ โร คาร์บอน ไนทรัสอ อก ไซด์ (N2O) เป็น ต้น
ค. เกิด มล พิษ ใน ชั้นสตรา โทสเฟียร์ เช่น เครื่องบิน คอน คอร์ด ของ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส และเครื่องบิน Tu-144 ของ สหภาพ โซเวียต มี เพดาน บิน อยู่ ที่ ระดับ ความ สูง 17 กิโลเมตร โบอิ้ง 2707 ของ สหรัฐ อเมริกา มี เพดาน บิน ที่ ระดับ 20 กิโลเมตร เป็น ต้น จึง เกิด ออกไซด์ ของ ไนโตรเจน ไฮโดรเจน ออกไซด์ ฯลฯ
เมื่อ มี ก๊าซ ไนโตรเจน (N) ออกซิเจน (O) และ โอโซน (O3) ใน บรรยากาศ ชั้น สูง อาจ มี ปฏิกิริยา จน เกิดไนทรัสอ อก ไซด์ (N2O) ก๊าซ นี้ สามารถ เก็บกักความ ร้อน ไว้ ได้ เช่น เดียว กันกับมีเทน และ ก๊าซ อื่น ๆ ซึ่ง จะ ได้ กล่าว ถึง ต่อ ไป
สาร มล พิษ บาง ชนิด ทำ ให้ โลก ร้อน ขึ้น แต่ มี บท บาท แตก ต่าง กัน สามารถ จำแนก ออก เป็น 2 ประเภท คือ
1. ทำลาย โอโซน ใน ชั้นสตรา โทสเฟียร์ จึง ทำ ให้ โลก รับ พลัง งาน ความ ร้อน โดย ตรง จาก ดวง อาทิตย์ มาก ขึ้น
2. มี มล พิษ ใน บรรยากาศ ชั้น ล่าง ที่ หุ้ม ห่อ ผิว โลก มาก ขึ้น กว่า ปกติ สาร มล พิษ เหล่า นี้
จะ เก็บกักรัง สี โลก หรือ ความ ร้อน ไว้ มาก กว่า ปกติ เช่น กัน
ก.
ข.
ค.
เมื่อ
สาร
1. ทำลาย
2. มี
จะ
การ ทำลาย โอโซน ใน ชั้นสตรา โทสเฟียร์
โอโซน ถูก ทำลาย ได้ ด้วย สาร ประกอบ 3 กลุ่ม ใหญ่ ๆ คือ คลอรีน ออกไซด์ ของ ไฮโดรเจน และ ออกไซด์ ของ ไนโตรเจน
สาร คลอ โรฟลูออ โร คาร์บอน เป็น สาร ประกอบ ของ คาร์บอน ฟลูออ ไรด์ และ คลอรีน คาร์บอน เตตระ คลอ ไรด์ (CCl4) คลอโรฟอร์ม (CHCL3) และเมธิลคลอโรฟอร์ม (CHCl3) ก็ มี คลอรีน เช่น กัน สาร คลอ โรฟลูออ โร คาร์บอน หรือ ที่ เรียก ว่า ฟรี ออน ส่วน ใหญ่ ใช้ ในเครื่องทำ ความ เย็น และเครื่องปรับ อากาศ นอก จาก นั้น ยัง ใช้ เป็น ก๊าซ ขับ ดัน ใน กระป๋อง ฉีดสเปรย์ต่าง ๆ ใช้ เป็น สาร ทำ ความ สะอาด ชั้น ดี หรือ ใช้ สาร นั้น เป่า ให้ เกิด ฟอง ใน เนื้อ ของโฟมที่ ใช้ ทำ กล่อง บรรจุ อาหาร ต่าง ๆ เป็น ต้น
เมื่อ ก๊าซ เฉื่อย กลุ่ม นี้ ลอย ขึ้น ไป ถึง ชั้นสตรา โทสเฟียร ์ รังสีอัลตรา ไว โอ เลต จะ ทำ ให้ เกิด ปฏิกิริยา ขึ้น อะตอม คลอรีน แตก ตัว ออก มา จาก นั้น อะตอม นี้ จึง ทำ ปฏิกิริยากับโอโซน จน เกิด คลอรีน มอ นอก ไซด์ (chlorinemonoxide, ClO) หาก แต่ มิ ได้ หยุด ยั้ง เพียง แค่ นั้น กลับ ปลด ปล่อย อะตอม ของ ออกซิเจน อื่น จน เกิด ก๊าซ นี้ ขึ้น คง เหลือ อะตอม คลอรีน ไว้ ให้ ใช้ ตั้ง ต้น ใหม่ และ ทำ งาน ต่อ ไป อีก นับ หมื่น ครั้ง ประกอบกับเป็น สาร ซึ่ง มี อายุ อยู่ ใน บรรยากาศ ได้ 75-110 ปี จึง ทำลาย ก๊าซ โอโซน ได้ ต่อ เนื่อง เป็น ระยะ เวลา อัน นาน ดัง ที่ ได้ พบ หลัก ฐาน ของ การ ทำลาย ชั้น โอโซน นี้ ที่ บริเวณ ขั้ว โลก ได้ ช่อง ว่าง ใน ชั้น โอโซน (ozone holes) ขยาย ตัว กว้าง ขึ้น ทุก ปี พร้อมกับตรวจ พบ คลอรีน มอ นอก ไซด์
ออกไซด์ ของ ไฮโดรเจน และ ออกไซด์ ของ ไนโตรเจน ซึ่ง เป็น ตัว ทำลาย โอโซน นั้น อาจ เกิด ได้ ใน ธรรม ชาติ เป็น ส่วน ใหญ่ ใบ ไม้ ซาก พืช และ สัตว์ ย่อม เน่า เปื่อย และ ผุ พัง ไป ตาม ธรรม ชาติ ทำ ให้ เกิด ก๊าซ มีเทน และ ก๊าซไนทรัสอ อก ไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ และ คาร์บอนมอนอกไซด์ เป็น ต้น นอก จาก นี้ ก๊าซ มีเทน ยัง กลาย เป็น ออกไซด์ ของ ไฮโดรเจน ต่อ ไป ได้ ก๊าซ เหล่า นี้ ทำลาย ชั้น โอโซน ทั้ง สิ้น หาก สามารถ ขึ้น ถึง ชั้นสตรา โทสเฟียร์ได้ 
สาร
เมื่อ
ออกไซด์

มล พิษ เก็บกักรัง สี โลก หรือ ความ ร้อน
โลก สะท้อน พลัง งาน ที่ ได้ รับ จาก ดวง อาทิตย์ ออก สู่ บรรยากาศ ใน รูป ของ รังสี อินฟราเรด (คลื่น ยาว) ตาม ปกติ ไอ น้ำ และ ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่ง มี อยู่ ตาม ธรรม ชาติ โดย เฉพาะ ใน ชั้น บรรยากาศ ที่ ห่อ หุ้ม โลก อยู่ อย่าง ใกล้ ชิด จะ ดูด ซึม รังสี โลก ไว้
การ เก็บกักความ ร้อน ของ โลก ไว้ นี้ เปรียบ เทียบ ได้กั บ ปรากฎ การณ์ ใน เรือน ต้น ไม้ ของ ประเทศ ทางตะวัน ตก (green house effect) ซึ่ง เป็น อาคาร ที่ กรุ ด้วย กระจก และ เก็บ งำ ความ อบ อุ่น ไว้ ให้ เพียง พอ แก่ การ ปลูก พืช ใน ฤดู หน าว เพราะ แสง แดด สามารถ ส่อง ผ่าน กระจก ให้ พืช เจริญ เติบ โต ได้ เมื่อ เกิด ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ และ ไอ น้ำ ที่ พืช คาย ออก มา จาก การ สังเคราะห์ แสง (photosynthesis) ถูกกักเก็บ ไว้ ใน เรือน จึง ทำ ให้ ความ ร้อน ใน อาคาร นี้ สูง กว่า ภาย นอก
แต่ การ ตัด ไม้ ทำลาย ป่า ตลอด จน การ เร่ง รัด ใช้ พลัง งาน อย่าง กว้าง ขวาง ใน การ พัฒนา ประเทศ ทำ ให้ เกิด มี ก๊าซ คาร์บอนไ ดออกไซด์ เพิ่ม มาก ขึ้น นอก จาก นั้น ยัง เกิด หรือ มี สาร มล พิษ ต่าง ๆ เช่น โอโซน มีเทน ไนทรัส ออก ไซด์ แอมโมเนีย และ ฟรี ออน ก๊าซ เหล่า นี้ ต่าง ก็ มี คุณสมบัติ ใน การ ดูด ซึม รังสี คล้าย กับ คาร์บอน ไดออกไซด์ จึง รวม เรียก ว่า ก๊าซ เรือน ต้น ไม้ (green house gases)
ความ ร้อน ที่ เก็บกักเอา ไว้ เป็น ผล มา จาก ไอ น้ำ ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ และ เมฆ ถึง ร้อย ละ 90 คง เหลือ ประมาณ ร้อย ละ 10 เป็น ส่วน ของ ความ ร้อน ที่ เก็บกักโดย ก๊าซ โอโซน มีเทน และ ไนทรัส ออก ไซด์เป็น หลัก
การ
แต่
ความ
ผล กระ ทบ เมื่อ ก๊าซ โอโซน ใน บรรยากาศ ชั้นสตรา โทสเฟียร์ถูก ทำลาย
เมื่อ ก๊าซ โอโซน ใน บรรยากาศ ชั้นสตรา โทสเฟียร์ถูก ทำลาย จะ ก่อ ให้ เกิด ผล กระ ทบ ต่อ เนื่อง 2 กรณี คือ
1. พลัง งาน ความ ร้อน บน พื้น โลก มาก ขึ้น
2. รังสีอัลตรา ไว โอ เลต ใน ช่วง คลื่น ซึ่ง เป็น อันตราย ต่อ สิ่ง ที่ มี ชีวิต ผ่าน ลง มา ถึง พื้น โลก มาก ขึ้น
1. พลัง
2. รังสีอัลตรา
จาก กรณี ทั้ง สอง ดัง กล่าว จะ มี ผล กระ ทบ ต่อ ภูมิ อากาศ ได้ หลาย อย่าง เช่น
1. ความ ร้อน อาจ จะ ทำ ให้ น้ำ แข็ง ใน บริเวณ ขั้ว โลก ได้ ละ ลาย มาก ขึ้น
2. ความ ร้อน จะ ทำ ให้ น้ำ ใน มหาสมุทร ขยาย ตัว ทำ ให้ เกิด ความ แปรปรวน ทางน้ำ
3. จาก การ รับ รังสีอัลตรา ไว โอ เลต เพิ่ม ขึ้น จึง ทำ ให้ พืช ชั้น ต่ำ เช่น แพลงก์ตอน สาหร่าย ไดอะตอม ยูกลี นอยด์เกิด การก ลาย พันธุ์ (mutation) ได้ ส่วน ใบ พืช ชั้น สูง จะ มี การ สังเคราะห์ แสง ลด ลง เพราะ เซลล์ คลุม รอบ ปาก ใบ (guard cell) ได้ รับ อันตราย จาก แสง จะ ปิด ปาก ใบ จน วัตถุ ดิบ ไม่ สามารถ ผ่าน เข้า ไป ใน ใบ ได้ เช่นเดิม จึง เป็น เหตุ ทำ ให้ การ สังเคราะห์ แสง ลด ลง
4. รังสีอัลตรา ไว โอ เลต จะ ทำ ให้ เกิด การก ลาย พันธุ์ ใน สัตว์ หรือ เกิด โรค มะเร็ง ขึ้น ที่ เปลือก ตา และ อวัยวะ สืบ พันธุ์ เช่น แกะ และ ม้า ถึง แม้ จะ มี ขน ห่อ หุ้ม ร่าง กาย ซึ่ง จะ ช่วย ลด อันตราย ลง ได้ ก็ ตาม แต่ ใน อวัยวะ ซึ่ง ขาด เม็ด สี (melanin) เช่น เปลือก ตา และ อวัยวะ สืบ พันธุ์ ถ้า ได้ รับ รังสีอัลตรา ไว โอ เลต ต่อ เนื่อง ใน ระยะ ยาว ก็ อาจ ทำ ให้ ตา เปื่อย หรือ เกิด โรค มะเร็ง ที่ ตา และ อวัยวะ สืบ พันธุ์ ได้
5. สำหรับ มนุษย์ นั้น ได้ ใช้ รังสี อัตรา ไว โอ เลต เมื่อ อยู่ พอ ควร ใน การ เปลี่ยน สาร ที่ ผิว หนัง ให้ เป็น วิตามิน ดี สาม ซึ่ง ป้อง กัน โรค กระดูก อ่อน และ ฟัน ผุ แต่ ถ้า ได้ รับ รังสีอัลตรา ไว โอ เลต มาก ไป เช่น ผู้ ที่ อาบ แดด เป็น ประจำ หรือ ชาว ไร่ ชาว นา ที่ ต้อง ตาก แดด เป็น ประจำ จะ ทำ ให้ มี ผิว กร้าน หนา เพราะ เซลล์ แบ่ง แยก ตัว เพิ่ม จำนวน มาก ขึ้น นอก จาก นั้น ผิว จะ มี รอย ย่น สี คล้ำ หรือ จาง ทำ ให้ ดู แก่ เกิน วัย และ ใน ที่ สุด อาจ เกิด มะเร็ง ที่ ผิว หนัง คน ผิว คล้ำ เช่น ชาว เอเซีย และ ชาว แอฟริ กา มี เม็ด สี อยู่ ใน ผิว มาก สามารถ สะท้อน และ ดูด ซึม รังสี ส่วน เกิน ได้ ดี กว่า คน ผิ วขาว ดัง นั้น จึง เกิด อันตราย จาก รังสีอัลตรา ไว โอ เลต ต่อ คน ผิว ขาว มาก กว่า คน ผิว คล้ำ
สำหรับ ดวง ตา ที่ รับ แสง แดด กล้า เกิน ไป ใน ระยะ ยาว จะ เกิด เนื้อ ติ่ง ที่ หัว ตา และ เป็น มะเร็ง ที่ เยื่อ บุ ชั้น นอก ของ นัยน์ ตา หรือ เป็น ต้อ กระจก ได้
1. ความ
2. ความ
3. จาก
4. รังสีอัลตรา
5. สำหรับ
สำหรับ
ผล กระ ทบ ต่อ โลก เมื่อ อุณหภูมิ เพิ่ม สูง ขึ้น
โครง การ สิ่ง แวด ล้อม แห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme-UNEP) ได้ ราย งาน เกี่ยวกับปริมาณ ของ ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ ใน บรรยากาศ ดัง นี้
- ใน
กลาง คริสต์ ศต วรรษ ที่ 18 มี ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ 270-290 ส่วน ใน ล้าน ส่วน - ใน
ต้น คริสต์ ศต วรรษ ที่ 20 มี ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ 345-350 ส่วน ใน ล้าน ส่วน - ใน
กลาง คริสต์ ศต วรรษ ที่ 20 คาด ว่า ปริมาณ ของ ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ มี แนวโน้มจะ เพิ่ม ขึ้น เป็น 2 เท่า
โครง การ สิ่ง แวด ล้อม แห่งสหประชาชาติ ได้ วิเคราะห์ และ คาด ว่า ใน ปี ค.ศ . 2030 (พ.ศ . 2537) อุณหภูมิ จะ เพิ่ม ขึ้น 1.5-3o ซ.& nbsp; และ จะ มี ผล กระ ทบ อย่าง กว้าง ขวาง ดัง ต่อ ไป นี้
1. ระดับ น้ำ ทะเล อาจ จะ ขึ้น สูง อีก 40-120 เซนติเมตร ซึ่ง จะ มี ผล ต่อ พื้น ที่ ชาย ทะเล และ กิจ กรรม ต่าง ๆ ใน บริเวณ นั้น เช่น การ เพาะ เลี้ยง พืช และ สัตว์ ใน ป่า ชาย เลน การ ท่อง เที่ยว เป็น ต้น ใน ระหว่าง ที่ โลก มี วิวัฒนาการ น้ำ ทะเล เคย ขึ้น ลง เกิน กว่า 100 เมตร มา แล้ว และ ใน คริสต์ ศต วรรษ ที่ ผ่าน มา คือ ตั้ง แต่ กลาง คริสต์ ศต วรรษ ที่ 18 เป็น ต้น มา ระดับ น้ำ ทะเล สูง ขึ้น ประมาณ 8-20 เซนติเมตร เชื่อ กัน ว่า เป็น ผล จาก ที่ มี ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่ม ขึ้น ใน บรรยากาศ ถึง อัตรา ร้อย ละ 20 และ การ ที่ ระดับ น้ำ ทะเล เพิ่ม ขึ้น ก็ เพราะ น้ำ ทะเล ขยาย ตัว เมื่อ ได้ รับ ความ ร้อน และ น้ำ แข็ง ใน แถบ ขั้ว โลก ละ ลาย เป็น น้ำ การ ที่ น้ำ เค็ม รุก ล้า เข้า สู่ แม่ น้ำ ลำ คลอง น้ำ ใต้ ดิน และ แหล่ง น้ำ จืด ต่าง ๆ มาก ขึ้น ย่อม มี ผล ทำ ให้ ระบบ นิเวศ ปรวนแปร และ อาจ ทำ ให้ เกิด ความ เสีย หาย ได้ หลาย ประการ
1. ระดับ
2. ทำ ให้ ภูมิ อากาศ เกิด ความ ปรวนแปร จาก เหตุ การณ์ ที่ ผ่าน มา พบ ว่า พายุ ไซโคลน ซึ่ง เคย เกิด ขึ้น 3.1 ครั้ง ใน คาบ 10 ปี คือ ตั้ง แต่ ค.ศ . 1940 (พ.ศ . 2483) และ ได้ เพิ่ม เป็น 15 ครั้ง ใน ปี ค.ศ . 1980 (พ.ศ . 2523) ดัง นั้น จึง เกรง ว่า ถ้า อุณหภูมิ ของ โลก เพิ่ม ขึ้น จะ ทำ ให้ ลม มรสุม ใน คาบ สมุทร >เอเซีย แป ซิ ฟิก เพิ่ม กำลัง แรง มาก ขึ้น และ จะ พัด เลย ขึ้น เหนือ ไป ทำ ให้ ฝน ไป ตก ใน ท้อง ถิ่น กันดาร และ ใน ทางตรง กัน ข้าม จะ ทำ ให้ เกิด ความ แห้ง แล้ง ใน ที่ ที่ มี ฝน ตก ชุก ตลอด จน จะ ส่ง ผล ให้ เกิด น้ำ ท่วม ฉับ พลัน ขึ้น ใน บาง แห่ง บาง แห่งจะ เกิด ปัญหา น้ำเซาะดิน พัง ทลาย ลง และ ตะกอน ซึ่ง มากับน้ำ ขุ่น ตาม ทางน้ำ ก็ จะ ทำ ให้ แหล่ง น้ำ ตื้น เขิน ด้วย
3. แหล่ง น้ำ ใช้ ใน การ ชลประทาน จะ ผัน แปรไป ด้วย จาก การ คาด คะเน หาก ว่า อุณหภูมิ ของ โลก เพิ่ม 1.5-4.50 ซ. ปริมาณ น้ำ ฝน จะ เพิ่ม ขึ้น ร้อย ละ 7-15 ทั่ว โลก แต่ มิ ได้ กระจาย ไป ทุก แห่ งอ ย่าง ทั่ว ถึง ใน แหล่ง ที่ มี น้ำ มาก และ ที่ มี ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่ม ขึ้น นั้น พืช ก็ อาจ จะ เร่ง การ สังเคราะห์ แสง ขึ้น ดัง นั้น จึง ต้อง ใช้ น้ำ มาก ขึ้น เป็น เงา ตาม ตัว และ จำ เป็น ต้อง มี การ จัด สรร น้ำ เพื่อ การ ชล ประ ทาน เป็น พิเศษ กว่าเดิมด้วย
4. ต้อง พัฒนา และ ปรับ ปรุง การ เกษตร กรรม ให้ เหมาะ สมกับกับการ เปลี่ยน แปลง ทาง สภาพ ภูมิ อากาศ และ น้ำ ที่ ใช้ ใน การ เพาะ ปลูก ซึ่ง อาจ จะ ต้อง แสวง หา พืช พันธุ์ ใหม่ ที่ เหมาะ สมกับสภาพ ของ สิ่ง แวด ล้อม มี การ วาง แผน การ เพาะ ปลูก และ การ จำหน่าย ที่ มี คุณภาพ มิ ฉะนั้น แล้ว จะ ส่ง ผล กระ ทบ ต่อ สภาพ สังคม เศรษฐกิจ และ การ เมือง ใน สภาวะ ปัจจุบัน อย่าง หลีก เลี่ยง ไม่ ได้
5. แหล่ง พลัง งาน ได้ รับ ผล กระ ทบ เนื่อง จาก การ แปรปรวน ของ ภูมิ อากาศ เช่น การ เกิด ลม มรสุม ต่าง ๆ อย่าง รุน แรง เคย ทำ ให้ เรือ ขุด เจาะ น้ำ มัน คว่ำ เกิด การ เสีย หาย ต่อ ชีวิต และ ทรัพย์ สิน ตลอด จน ขัด ขวาง การ แสวง หา แหล่ง พลัง งาน ใหม่ ๆ การ ผลิต ไฟ ฟ้า ด้วย พลัง น้ำ พลัง ลม และ พลัง นิวเคลียร์ ก็ อยู่ ใน ข่าย ที่ จะ ได้ รับ ผล กระ ทบ จาก ความ แปรปรวน ทางภูมิ อากาศ ด้วย เช่น กัน
ที่ มา : รวบรวมจาก สารานุกรม ไทย สำหรับ เยาวชน โดย พระ ราช ประสงค์ ใน พระ บาท สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว เล่ม ที่ 15
อ้างอิงจาก : https://web.ku.ac.th/schoolnet/snet6/envi3/en-sakol/sakoln.htm
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น